ดูบอลออนไลน์

มวยพักยก

SBOBET

UFABET

poker online

ufa

ufabet

sagame

baccarat

คาสิโนออนไลน์

joker123

คาสิโนออนไลน์

pgslot

บาคาร่า

UFABET

UFABET

slotxo

ดูหนังออนไลน์

มังงะ

ผลบอลสด

บาคาร่า


kardinal stick

บุหรี่ไฟฟ้า

เฟอร์นิเจอร์

ที่นอน

รับทำเสื้อ

รับผลิตอาหารเสริม

ปูนปั้น


ยุคโควิดหนุนบ้านอัจริยะโตพุ่ง ผู้บริโภคตื่นตัวสุขอนามัย-สะดวก

  • 0 Replies
  • 62 Views
*

Hanako5

  • *****
  • 3655
    • View Profile


การแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 เป็นปฎิกิริยาเร่งการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในหลายมิติ รวมทั้งด้านการอยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญด้านสุขอนามัย และนำเทคโนโลยีมาใช้ตอบโจทย์ความสะดวกและวิถีชีวิตปกติใหม่ (New Normal) มากขึ้น โดย "ลุมพินี วิสดอม” บริษัทด้านวิจัยและพัฒนาในเครือบริษัท แอล.พี. เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า “บ้านอัจริยะ"หรือSmart Residence ขยายตัวสูงมากกว่า 40% ต่อปีทีเดียว

ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)บริษัทด้านวิจัยและพัฒนาในเครือบริษัท แอล.พี. เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มการพัฒนาที่อยู่อาศัยยุคหลังโควิด มีการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนภายใต้วิถีชีวิตปกติใหม่ (New Normal) ซึ่งกลายเป็นวิถีชีวิตในปัจจุบัน (Now Normal)

การวิจัยของทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ “ลุมพินี วิสดอม” พบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ประกอบด้วยพื้นที่ใช้สอยและวัสดุ (Function & Material) สุขอนามัย (Health) เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย (Smart Living Technology) โดยนำนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยโดยใช้เทคโนโลยี Internet of Thinks (IoTs) และอุปกรณ์อัจฉริยะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญทำให้การอยู่อาศัยสะดวก ปลอดภัย มากขึ้น

"พฤติกรรมผู้ซื้อที่อยู่อาศัยทั่วโลกให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยเข้ามาใช้ในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยในรูปแบบของบ้านอัจฉริยะ หรือ Smart Residence มากขึ้น รวมทั้งผู้ซื้อในไทย เริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่มีเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้การอยู่อาศัย สะดวก สบาย ปลอดภัย"

โดยเฉพาะหลังการแพร่ระบาดของโควิด การใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปจากบ้านเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อนและทำกิจกรรมส่วนตัว ปัจจุบันบ้านเป็นทั้งที่ทำงานและสถานที่พักผ่อนไปพร้อมกัน เมื่อผู้คนต้องทำงานที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้น ทำให้การออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยต้องมีพื้นที่ที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนการใช้สอยได้แบบ “Multifunctional Space”

ยกตัวอย่าง การแบ่งพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านด้วยผนังทึบอาจต้องปรับเป็นผนังที่เปิดเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัย ทำให้ดูโปร่ง มีการไหลเวียนอากาศที่ดี เลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม เช่น พื้นที่ครัวโดยเฉพาะครัวไทย ต้องใช้วัสดุที่เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ระบายอากาศได้ดี หรือพื้นที่อ่านหนังสือ-พื้นที่นั่งเล่นที่ต้องการปริมาณแสงธรรมชาติมากกว่าห้องนอน

จากการประเมินของ IDC สถาบันวิจัยด้านการตลาดของสหรัฐ ระบุว่า จำนวนอุปกรณ์ “Smart Residence” ของโลก เติบโตเฉลี่ย 31% ต่อปี จาก 644 ล้านเครื่อง ในปี 2561 เป็น 1,300ล้าน เครื่องในปี 2565 หรือเพิ่มมากกว่า “เท่าตัว” ภายใน 3 ปี ขณะที่ A.T. Kearney ระบุว่า มูลค่าตลาด Smart Residence ทั่วโลก อยู่ที่ 2.63 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 8.4 ล้านล้านบาทในปี 2568 ซึ่งส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับ 2 หมวดหลัก คือ อุปกรณ์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต และอุปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัย

ด้าน “เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ตนิว เอร่า บิซิเนส มีเดีย” ศึกษาการเติบโตของตลาด Smart Residence ในประเทศไทย พบว่า โปรดักท์ “Smart Home” ในไทยปี 2559 มีมูลค่า 645 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปี 2563 มีมูลค่า 2,500 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ย 40% ต่อปี! แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ Smart Residence เพื่อการดูแลผู้สูงอายุ เติบโตสูงสุด 60% และ Smart Home เพื่อการรักษาความปลอดภัยเติบโตอันดับ 2 อยู่ที่ 45% ต่อปี

ประพันธ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ยังมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ทำให้ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น ดังนั้นนวัตกรรมด้านสุขอนามัย เช่น ระบบช่วยลดไวรัสและแบคทีเรียภายในอากาศ นวัตกรรมด้านวัสดุ เช่น สีทาบ้าน Low VOCs รวมถึงพื้นที่สีเขียวภายในบ้านถูกนำมาใช้มากขึ้น พร้อม เทคโนโลยี “Home Automation” เชื่อมต่อเข้ากับระบบสั่งการต่างๆ ทั้งทางเสียง หรือแอพพลิเคชั่น เพื่อควบคุมการทำงานของระบบเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เปิด-ปิดไฟ โทรทัศน์ เครื่องเสียง ปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตกับอุปกรณ์สั่งการด้วยเสียง นวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาความร้อนภายในที่อยู่อาศัย เช่น ระบบ Fresh Air Intake การนำระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด ระบบเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่น เมื่อเกิดเหตุก็จะส่งสัญญาณเตือนมาที่โทรศัพท์ของผู้ใช้งาน

“Smart Residence" กำลังถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G และมีความเสถียรของระดับราคาที่จับต้องได้ (Affordable Price) มากขึ้น ตอบรับผู้บริโภคยุค Smart Life