Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - kaidee20

Pages: [1] 2 3 ... 129
1
B-VIETNAM สุดฮอต เต็มทุนจดทะเบียนภายใน 3 เดือน BBLAM เดินหน้าเพิ่มทุนอีก 1,000 ล้านบาท

รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM กล่าวว่า จากการที่ BBLAM เสนอขายกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเวียดนาม (B-VIETNAM) มาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม 2564 ปรากฎว่า ได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนที่สนใจลงทุนในหุ้นเวียดนามอย่างล้นหลาม ส่งผลให้ BBLAM เพิ่มทุนกองทุน B-VIETNAM อีก 1,000 ล้านบาท โดยได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) วันที่ 24 มกราคม 2565 ซึ่งภายหลังการเพิ่มทุน กองทุนนี้จะมีมูลค่าจดทะเบียนเพิ่มเป็น 3,500 ล้านบาท

จุดเด่นของ B-VIETNAM ได้แก่ ผู้จัดการกองทุนมีทางเลือกในการลงทุนหลายช่องทาง เพราะสามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเวียดนาม และ/หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนาม และ/หรือหุ้นเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นประเทศอื่น รวมทั้งหน่วย CIS และ/หรือกองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในหุ้นเวียดนามได้

ส่วน Theme การลงทุนเด่นๆ ที่ผู้จัดการกองทุนให้ความสนใจ ได้แก่ การเติบโตของสังคมเมือง การเติบโตของกลุ่มดิจิทัล และการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยผู้จัดการกองทุนจะเน้นมองหาหุ้นขนาดกลาง ที่มีเรื่องราวการเติบโตทางเศรษฐกิจและยังมีระดับราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ที่น่าสนใจ เพื่อโอกาสในการเพิ่มผลตอบแทนให้กองทุน

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนใน B-VIETNAM จะต้องเป็นผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้น รวมทั้งรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ โดยกองทุนนี้ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ สามารถลงทุนระยะยาวได้ 3-5 ปีขึ้นไปและไม่มีความต้องการผลตอบแทนระหว่างทาง

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลรายละเอียด B-VIETNAM หรือติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนและคู่มือการลงทุนได้ที่ BBLAM โทร. 02-674-6488 กด 8 ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ได้แก่ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง บล.เอเซีย พลัส บมจ.หลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน บมจ.หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) บมจ.หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) บมจ.หลักทรัพย์ กรุงศรี บลน.ฟินโนมีนา บล.ไทยพาณิชย์ และ บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) นอกจากนี้ ยังลงทุนได้ง่ายด้วยตัวเองผ่านโมบายแบงก์กิ้ง จาก ธนาคารกรุงเทพ หรือผ่านแอปพลิเคชันของตัวแทนขายที่ได้รับการแต่งตั้ง

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นกับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

2
สำนักงานบัญชี เอทีเอส บริการบัญชีและภาษี
1158/14  ซอยจันทน์ 37/1  ถนนจันทน์  แขวงทุ่งวัดดอน  เขตสาทร  กรุงเทพฯ 
สนใจติดต่อคุณสมบูรณ์ 089-793-5707 , 02-212-3064
Email : ats_audit@hotmail.com

สำนักงานบัญชี , รับทำบัญชีถนนจันทน์ , รับทำบัญชีบางคอแหลม , รับทำบัญชียานนาวา , รับทำบัญชีพระราม 3 , รับทำบัญชีสาทร , รับทำบัญชีบางรัก ,รับทำบัญชีทุ่งมหาเมฆ , รับทำบัญชีสีลม , รับทำบัญชีศาลาแดง , รับทำบัญชีพระราม1 , รับทำบัญชีสยาม , รับทำบัญชีเพลินจิต , รับทำบัญชีชิดลม , รับทำบัญชีปทุมวัน , รับทำบัญชีเซ็นหลุยส์ , รับทำบัญชีสาธุประดิษฐ์ , รับทำบัญชี , รับทำบัญชีรายเดือน , รับทำบัญชีรายปี , ตรวจสอบบัญชี , ตรวจสอบบัญชีบริษัทจำกัด , ตรวจสอบบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัด

3
รับทำบัญชีนนทบุรี  รับทำบัญชีบางกรวย  รับทำบัญชีบางใหญ่  รับทำบัญชีบางบัวทอง  รับทำบัญชีไทรน้อย  รับทำบัญชีปากเกร็ด

บริษัท  สบายใจการบัญชี  จำกัด
https://gladnessaccounting.co.th

ติดต่อ K.เป้ง 087-347-6299

4
ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Tel : 088-088-0188
Website : https://www.velacruise.com/cruise/ล่องเรืออยุธยา

9
ตลาดหุ้นออสซี่ร่วงหนัก 3% วิตกแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยหลังเงินเฟ้อพุ่ง

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลงอย่างหนักถึง 3% เช้านี้ โดยราคาหุ้นดิ่งลงเป็นวงกว้างซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มพลังงาน หลังจากออสเตรเลียเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางออสเตรเลียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ณ เวลา 08.45 น.ตามเวลาไทย ดัชนี S&P/ASX 200 ร่วงลง 214.10 จุด หรือ -3.00% แตะที่ 6,925.40 จุด

สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 1.3% ในไตรมาส 4/2564 และพุ่งขึ้น 3.5% ตลอดปี 2564 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงและที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางออสเตรเลียจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

10


    โอกาสในการย้ายทีมของ เอริก ไบยี่ ค่อนข้างจะมีความซับซ้อนซะหน่อยเนื่องจากตอนนี้นักเตะกำลังรับใช้ทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการย้ายแบบยืมตัวจะเป็นไปไม่ได้

    "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน เคยมีข่าวพัวพันกับนักเตะมาแล้ว ในขณะเดียวกับ ไบยี่ ก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ปลื้มกับการที่ต้องตกเป็นกองหลังตัวเลือกอันดับ 4 ของต้นสังกัด

    แน่นอนว่า รังนิก ต้องการที่จะมีผู้เล่นเซนเตอร์แบ็กเอาไว้ในทีม 4 คน และอยากที่จะเก็บ ไบยี่ เอาไว้ แต่ตอนนี้ ฟิล โจนส์ กลับมาฟิตสมบูรณ์แถมทำผลงานได้ประทับใจ "เดอะ โปรเฟสเซอร์" ซะด้วย 

    ดังนั้นมีโอกาสสูงมากๆ ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดทางให้ ไบยี่ ได้ย้ายทีม แต่จะย้ายแบบยืมตัวหรือถาวร งานนี้ต้องขึ้นอยู่กับ รังนิก ว่ายังมองเห็นอนาคตของเขากับสโมสรหรือเปล่า ! 

 

11

ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกทีมชาติเซเนกัล ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงในเกมช่วยชาติเฉือน เคปเวิร์ด ตีตั๋วเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ อย่างไรก็ตามมีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่าทำไม "สิงโตแห่งเตรังก้า" ถึงปล่อยนักเตะลงเล่นต่อทั้งๆ ที่ได้รับการกระทบกระเทือนที่หัวจนถึงขั้นสลบ
    ลิเวอร์พูล ต้นสังกัดของ ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าทีมชาติเซเนกัล คงต้องลุ้นหนักหลังนักเตะได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงในเกมช่วยชาติเอาชนะ เคปเวิร์ด 2-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ เมื่อวันอังคารที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา 

    เหตุการณ์สุดสยองเกิดขึ้นในนาทีที่ 56 เมื่อ เอดูอาร์โด้ เมนดี้ ผู้รักษาประตูจาก เชลซี สาด.ยาวเข้าไปในแดนของ เคปเวิร์ด โดยในจังหวะนั้น มาเน่ พยายามที่จะกระโดดขึ้นไปแย่ง.กับ โวซินญ่า โกลคู่แข่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะศีรษะชนกันอย่างแรง ถึงขนาดที่ แนวรุก "หงส์แดง" หลับกลางอากาศเลยทีเดียว


ลิเวอร์พูลคาใจ! เซเนกัล โดนจวกปล่อยมาเน่เล่นต่อทั้งที่เจ็บศีรษะ (มีคลิป!)
    จากจังหวะดังกล่าวทำให้ โวซินญ่ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นต้องหามลงเปล โดนใบแดงไล่ออก ส่วน มาเน่ หลังจากทำการปฐมพยาบาลแล้ว สามารถที่จะกลับมาเล่นต่อได้ จากนั้นเจ้าตัวก็ซัดประตูสำคัญในนาทีที่ 63 

    อย่างไรก็ตาม มาเน่ เริ่มมีอาการมึนหัวจนไม่สามารถเล่นต่อได้ สุดท้ายนักเตะโดนเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 70 โดย "สิงโตแห่งเตรังก้า" ส่ง บามบ้า เดียง ลงสนามแทน และช่วงทดเจ็บเจ้าตัวก็มาซัดปิดกล่องให้ เซเนกัล ปิดเกมเอาชนะ เคปเวิร์ด 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย 

ลิเวอร์พูลคาใจ! เซเนกัล โดนจวกปล่อยมาเน่เล่นต่อทั้งที่เจ็บศีรษะ (มีคลิป!)
    หลังแมตช์ดังกล่าวได้เกิดคำถามขึ้นมากมายจากจังหวะบาดเจ็บศีรษะของ มาเน่ ว่าทำไมนักเตะยังได้เล่นต่อ ทั้งๆ ที่อาการบาดเจ็บค่อนข้างน่าเป็นห่วงมากๆ โดยบางรายระบุว่า "ทำไม ซาดิโอ มาเน่ ยังได้ลงสนามหลังจากที่ศีรษะชนอย่างรุนแรงกับนายทวารเคปเวิร์ด ? เขาน่าจะถูกเปลี่ยนตัวออก"

    อีกรายกล่าวเสริมว่า "เป็นไปได้ยังไงที่ ซาดิโอ มาเน่ ยังคงได้อยู่ในสนามหลังจากที่สลบจนไม่ได้สติแบบนั้น ?" ตามด้วยอีกราย "ผมแทบไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะเก็บ ซาดิโอ มาเน่ อยู่ในสนาม"

    "ผมไม่ใช่ทั้งแฟน.ทีมชาติเซเนกัล หรือ ลิเวอร์พูล แต่ผมโกรธมากที่พวกเขาปล่อยให้คนที่ได้รับการกระทบกระเทือนสมองลงเล่นต่อไป แบบนั้นมันอันตรายมาก"

    ด้าน จอห์น เบนเน็ตต์ ผู้สื่อข่าว "บีบีซี" สำนักข่าวชื่อดัง แสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า "มีคำถามมากมายที่จะถามว่าทำไม ซาดิโอ มาเน่ ถึงไม่ถูกเปลี่ยนตัวออกหลังเกิดเหตุการณ์นั้น เขาดูเหมือนหมดสติตอนที่ร่วงลงมากองกับพื้น สภาพไม่ดีเอาซะเลย" 

12
เอกชน ลุ้นส่งออกอาหารปี 65 ฝ่าเงินเฟ้อทำนิวไฮ 1.20 ล้านลบ. โต 8.4%

นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการประสานความร่วมมือของ 3 องค์กร ในส่วนของสถาบันอาหารจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องภายใต้การดำเนินงานของศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร โดยมีสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมบูรณาการข้อมูล โดยมองว่า แนวโน้มการส่งออกสินค้าอาหารไทยปี 65 คาดว่าจะมีมูลค่า 1,200,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.4% ซึ่งหากเป็นไปตามคาดจะเป็นสถิติส่งออกสูงสุดครั้งใหม่ (New high) ของการส่งออกอาหาร ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก

1. ความต้องการสินค้าในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจหลังจากประชากรโลกได้รับวัคซีนโควิด-19 ครอบคลุมมากขึ้น ความอันตรายของโรคลดต่ำลง โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะ +4%

2. ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง ทั้งร้านอาหารและโรงแรมค่อยๆ ฟื้นตัวหลังความกังวลโควิด-19 เริ่มลดลง ประเทศต่างๆ มีมาตรการผ่อนคลายมากขึ้น

3. เงินบาทอ่อนค่า โดยคาการณ์ไว้ที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลดีความสามารถการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะอาหารเป็นสินค้าที่พึ่งพิงปัจจัยการผลิตในประเทศเป็นหลักจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยคาดว่าราคาอาหารโลกจะอยู่ที่ +3.5%

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุน เช่น ราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจุบัน จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล อาจขึ้นไปแตะที่ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้

อย่างไรก็ตาม คาดว่ายังมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้การส่งออกไม่เป็นไปตามคาดการณ์ หรือปัจจัยเสี่ยง ได้แก่

1. ราคาวัตถุดิบภาคเกษตร บรรจุภัณฑ์ น้ำมัน เพิ่มสูงขึ้นมาก กระทบต่อต้นทุนการผลิต และขนส่งของภาคอุตสาหกรรมอาหาร

2. การขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แรงงานส่วนใหญ่เดินทางกลับประเทศ จึงกระทบต่อการเพิ่มผลผลิตและรับคำสั่งซื้อ

3. กำลังซื้อของผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางและระดับล่าง อ่อนตัวลงจากภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งปัจจัยด้านเงินเฟ้อน่าจะมีบทบาทมากที่สุด ในการกดดันภาคอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากจะบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง

สำหรับสินค้าส่งออกหลัก 10 กลุ่มสินค้า คาดว่ามูลค่าการส่งออกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มสินค้า ดังนี้

-กลุ่มขยายตัวสูง (มูลค่าส่งออกขยายตัวมากกว่า 10%) ประกอบด้วย 5 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ ข้าว (+11.4%), ปลาทูน่ากระป๋อง (+12.7%), น้ำตาลทราย (+17.5%), กุ้ง (+12.3%) และสับปะรด (+10.2%) โดยข้าวขยายตัวดีจากเงินบาทอ่อนค่า และคาดว่าราคาส่งออกข้าวในปี 65 จะทรงตัวอยู่ในระดับที่แข่งขันได้

ส่วนปลาทูน่ากระป๋องได้รับแรงหนุนจากเงินเฟ้อ ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง อาหารบรรจุกระป๋องจะได้รับประโยชน์จากภาวการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลางในประเทศกำลังพัฒนา ส่วนน้ำตาลทรายจะเริ่มฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย กลุ่มประเทศ CLMV ขณะที่กุ้งและสับปะรดได้รับปัจจัยหนุนจากการพื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยว บริการร้านอาหาร และโรมแรม

-กลุ่มขยายตัวปานกลาง (มูลค่าส่งออกขยายตัวมากกว่า 5% แต่ไม่ถึง 10%) ประกอบด้วย 4 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง (+6.2%), มะพร้าว (+6.4%), เครื่องปรุงรส (+7.9%) และอาหารพร้อมรับประทาน (+9.7%) กลุ่มนี้เป็นสินค้าที่โดดเด่นและมีศักยภาพของไทย แนวโน้มการเติบโตเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ โดยแป้งมันสำปะหลังเด่นตรงที่เป็นสินค้าคุณภาพดี ราคาไม่แพง ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

ทั้งนี้ มีตลาดหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น และอาเซียน ที่ระยะทางในการขนส่งไม่ไกล จึงมีศักยภาพในช่วงที่ต้นทุนค่าขนส่งสูง ผลิตภัณฑ์มะพร้าว (กะทิสำเร็จรูป) และเครื่องปรุงรส โดดเด่นจากการเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย (Authentic) ขยายตัวตามความนิยมอาหารไทยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่วนน้ำมะพร้าวของไทยมีรสชาติหอมหวาน มีภาพลักษณ์ความเป็นธรรมชาติ จึงเหมาะกับเทรนด์สุขภาพ ขณะที่อาหารพร้อมรับประทานเติบโตสอดรับกับพฤติกรรมการบริโภคของคนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก โดยเฉพาะอาหารพร้อมรับประทานเมนูไทยที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

-กลุ่มขยายตัวต่ำ (มูลค่าส่งออกขยายตัวมากกว่า 5%) คือ การส่งออกไก่ (+3.8%) ที่ได้รับผลกระทบจากตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น (ตลาดส่งออกไก่ 50% ของไทย) ที่ยังคงมีมาตรการที่เข้มงวดในการเปิดประเทศ ส่งผลทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและร้านอาหารฟื้นตัวช้า กระทบต่อการส่งออกสินค้าไก่ของไทย

นางอนงค์ กล่าวถึงสถานการณ์ปี 64 ว่า การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากความกังวลโควิด-19 คลายตัวลง ประเทศคู่ค้าผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลทำให้สินค้าส่งออกที่มีตลาดในกลุ่มธุรกิจบริการร้านอาหารและโรงแรมปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับได้รับปัจจัยบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลดีต่อกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่เน้นผลิตเพื่อการส่งออก

ในส่วนของการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 64 มีมูลค่า 1,107,450 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11.8% หรือคิดเป็นมูลค่าส่งออก 34,890 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11.5% ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดโลกของไทยลดลงมาอยู่ที่ 2.30% จาก 2.32% ในปี 63 และอันดับประเทศผู้ส่งออกอาหารของไทยคงที่อยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก

ทั้งนี้ ตลาดส่งออกอาหารของไทยปี 64 เพิ่มขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้น สหรัฐฯ แอฟริกา โอเชียเนีย และสหราชอาณาจักร โดยปัจจุบันประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกอาหารอันดับที่ 1 ของไทย มีสัดส่วนส่งออก 24.5% มูลค่าการส่งออก 271,674 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 50.0% จากปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นจากการส่งออกผลไม้สดและแป้งมันสำปะหลังเป็นหลัก รองลงมาได้แก่ CLMV และญี่ปุ่น เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 2 และ 3 มีสัดส่วนส่งออก 12.4% และ 11.5% ตามลำดับ โดยการส่งออกอาหารไปประเทศอินเดียที่ขยายตัวสูงถึง 219.7% จากการส่งออกน้ำมันปาล์มเป็นหลัก ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และแอฟริกาลดลงจากสินค้าทูน่ากระป๋องและข้าวเป็นสำคัญ

นางอนงค์ กล่าวต่อว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลทำให้การส่งออกอาหารในภาพรวมขยายตัวดี คือ ราคาสินค้าเกษตรวัตถุดิบอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยในปี 64 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มสินค้าเกษตรวัตถุดิบอาหารมีมูลค่าส่งออก 506,970 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 25.5% หรือมีสัดส่วน 45.8% ของมูลค่าส่งออกอาหารโดยรวม จากสัดส่วน 40.8% ในปีก่อน ขณะที่กลุ่มสินค้าอาหารแปรรูปมีมูลค่าส่งออก 600,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% หรือมีสัดส่วนส่งออก 54.2% ของมูลค่าส่งออกอาหารโดยรวม จากสัดส่วน 59.2% ในปีก่อน

สำหรับกลุ่มสินค้าหลักที่การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง (34.3%), กุ้ง (+10.8%), ผลิตภัณฑ์มะพร้าว (+7.7%), เครื่องปรุงรส (13.3%), อาหารพร้อมรับประทาน (+7.7%) และสับปะรด (31.5%) ซึ่งสินค้าดังกล่าวได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของธุรกิจบริการร้านอาหาร หลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในหลายประเทศ ทำให้ประชาชนสามารถออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านได้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่กลุ่มสินค้าหลักที่การส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว (-7.1%), ไก่ (-1.7%), ปลาทูน่ากระป๋อง (-18.3%) และน้ำตาลทราย (-13.2%)

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเลขภาคการส่งออกปี 64 ที่ไม่ตรงกับที่กระทรวงพาณิชย์แถลงก่อนหน้านี้ เนื่องจากองค์กรด้านอุตสาหกรรมอาหารทั้ง 3 แห่ง จะไม่รวมสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง มันเส้น และยางพารา อย่างไรก็ดี การส่งออกที่มีมูลค่าสูงในปี 64 กว่า 90% มาจากสินค้าเกษตร เช่น ผลไม้สด เป็นต้น

สำหรับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าทั่วโลกรวมทั้งไทยที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 63 ประกอบกับปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และราคาถ่านหิน และน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต และการขนส่ง ต่อเนื่องไปถึงราคาสินค้าที่ปรับตัวขึ้น

"สินค้าทุกอย่างขึ้นยกแผงหมด เช่น น้ำมัน ถ่านหิน รวมทั้งค่าแรงก็ขึ้นด้วย แต่เป็นค่าแรงแฝงจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งการลดความหนาแน่นในโรงงาน ค่าใช้จ่ายในการกักตัว และค่าขนส่ง ในส่วนของราคาอาหารน่าจะปรับขึ้นตามกลไกของมัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการก็อยู่ระหว่างพยายามสู้กับราคา และรัฐก็พยายามออกมาตรการตรึงต้นทุนแล้ว แต่หากผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อก็จะย้อนกลับมาส่งผลกระทบเป็นวัฎจักร" นายพจน์ กล่าว
ดังนั้น รัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าอาหารให้มากขึ้น เช่น จะต้องผลักดันการทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) เนื่องจากไทยเสียสิทธิ์การส่งออกให้ประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม ในขณะเดียวกัน รัฐควรผลักดันการนำเข้าวัตถุดิบที่ไม่กระทบกับสินค้าเกษตรของไทย เพื่อนำมาแปรรูป และส่งออก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าแปรรูปได้

นอกจากนี้ อีกปัจจัยที่หอการค้ามองว่า จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกเป็นอย่างมาก คือ ค่าเงินบาทซึ่งถือเป็นตัวแปรสุดท้ายในการช่วยลดต้นทุน โดยหากเงินบาทไม่ถึง 34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือแข็งค่ากว่า 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกเป็นอย่างมาก

นายพจน์ ยังได้กล่าวถึงการส่งออกสุกรว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนการส่งออกสุกรตัวเป็นๆ จำนวนน้อย และขณะนี้รัฐก็ออกมาตรการห้ามส่งออก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกมาก ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์หมูแปรรูปก็ยังทำตลาดได้ไม่มาก จึงได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสุกร อาจต้องเพิ่มต้นทุนในการผลิต จากการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประเทศอื่นๆ มากขึ้นด้วย

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นอุปสรคต่อการส่งออกในปี 65 ว่า ผู้ประกอบการ และรัฐ จะต้องปรับตัว และควบคุมต้นทุนต่างๆ ให้มากขึ้น เช่น การนำเครื่องจักรมาใช้ในการทำงาน การควบคุมไม่ให้ดอกเบี้ยขึ้นสูงเกินไป รวมถึงการให้โอกาสผู้ประกอบการ SME ขึ้นมามีบทบาทมากขึ้น ในขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตที่สำคัญ อย่างค่าไฟฟ้า และค่าธรรมเนียมต่างๆ รัฐก็สามารถเข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้

"เอกชนพยายามควบคุมราคาแล้ว แต่ต้องให้รัฐเข้ามาช่วยด้วย อย่างเรื่องเล็กๆ เช่น Digital Transform ลดการใช้เอกสาร และไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปดำเนินการเรื่องต่างๆ ที่สถานที่ราชการ เป็นต้น" นายวิศิษฐ์ กล่าว

13
'แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น' ชูแคมเปญพิเศษ 'AWC Infinite Lifestyle Holistic Well-Being Series' มุ่งเอาใจคนดูแลสุขภาพกับสิทธิประโยชน์มากมายจากโรงแรมในเครือฯ ทั่วไทย

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ออกแบบแคมเปญสุดพิเศษภายใต้ 'AWC Infinite Lifestyle Holistic Well-Being Series' เน้นกลุ่มเป้าหมายเอาใจคนรักสุขภาพที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมายผ่านบริการจากโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำในเครือ AWC ทั่วประเทศ เพียงแสดงสถานะสมาชิก 'AWC Infinite Lifestyle' (ทุกระดับสมาชิก) ก่อนการใช้บริการ ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับสิทธิประโยชน์ออนท็อปกับโปรแกรมที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ โดยออกแบบโปรแกรมใหม่ทุกสัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เต็มอิ่มไปกับสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับผู้ที่ใส่ใจในเรื่องการดูแลตัวเอง สู่การมีคุณคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-Being) จากทั้งภายในสู่ภายนอก ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษจากทางโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำในเครือ AWC ใน 6 เมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ กับแคมเปญ 'AWC Infinite Lifestyle Holistic Well-Being Series' ด้วยการดีไซน์รูปแบบแพ็กเกจเพื่อตอบโจทย์คนรักการดูแลสุขภาพ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ด้านสังคม ด้านอาหารการกิน และด้านอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ในเรื่องของห้องพัก เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ บริการสปาและทรีตเมนต์เพื่อสุขภาพและการผ่อนคลาย รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มสีสันในช่วงวันหยุดพักผ่อนให้เต็มไปด้วยความสุข พร้อมคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นกับสิทธิประโยชน์ออนท็อปในสัปดาห์พิเศษเมื่อซื้อโปรโมชั่นหรือแพ็กเกจ AWC Infinite Lifestyle Holistic Well-Being Series ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละโรงแรมไม่ซ้ำกันตลอดระยะเวลาของแคมเปญ เริ่มต้นตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป เพียงแสดงสถานะสมาชิก 'AWC Infinite Lifestyle' (ทุกระดับสมาชิก) กับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ

พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษในสัปดาห์นี้จากโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ กับแพ็กเกจห้องพักราคาเริ่มต้นที่ 6,099++ บาท/ห้อง/คืน รวมอาหารเช้า และเซ็ตอาหารค่ำเพื่อสุขภาพ พร้อมทรีตเมนต์สปา 60 นาที สำหรับ 2 ท่าน โดยสามารถจองและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2565 สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก 'AWC Infinite Lifestyle' (ทุกระดับสมาชิก) รับฟรีทันทีของที่ระลึกพิเศษจากทางโรงแรม เมื่อเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มกราคม 2565 เพียงแสดงสถานะสมาชิกผ่านแอปพลิเคชัน AWC CONNEXT สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-088-5666

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิก 'AWC Infinite Lifestyle' ได้ง่ายๆ เพียงสมัครและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน AWC CONNEXT ที่มีให้บริการจากทั้งระบบ iOS และ Android รวมถึงสามารถติดตามสิทธิประโยชน์พิเศษจากแคมเปญ 'AWC Infinite Lifestyle Holistic Well-Being Series' ในแต่ละสัปดาห์ได้ทาง Facebook อย่างเป็นทางการที่ Asset World Corporation หรือ Line Official Account ที่ @AWCCircle 

14
ส.อ.ท.เผยยอดส่งออกรถยนต์ธ.ค. 101,307 คัน โต 47.93%YoY สูงสุดรอบ 9 เดือน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในเดือนธ.ค. 64 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปได้ 101,307 คัน สูงสุดในรอบ 9 เดือน เพิ่มขึ้น 2.51% จากเดือนพ.ย.64 และเพิ่มขึ้นจาก 47.93% จากธ.ค. 63 จากการได้รับเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนมากขึ้น จนสามารถส่งออกได้กว่า 100,000 คัน สูงสุดในรอบ 9 เดือน และส่งออกเพิ่มขึ้นทุกตลาด โดยเฉพาะตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนีย เพิ่มขึ้น 101.5% ตลาดยุโรป เพิ่มขึ้น 64.96% ตลาดอเมริกาเหนือ เพิ่มขึ้น 54.99% ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เพิ่มขึ้น 121.87% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และยังส่งออกเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์เพิ่มขึ้นจากการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นของประเทศคู่ค้า

สำหรับยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนม.ค.-ธ.ค.64 ส่งออก 959,194 คัน โดยเพิ่มขึ้น 30.35% จากระยะเวลาเดียวกันในปี 63 โดยมีมูลค่าการส่งออก 561,147.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.56%

ด้านยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนธ.ค. 64 มีจำนวนทั้งสิ้น 86,145 คัน สูงสุดในรอบ 12 เดือนเพิ่มขึ้น 20.12% จากเดือนพ.ย.64 แต่ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 17.2% ต่ำกว่าปี 2563 เพราะมีปัจจัยลบสองอย่างคือ การระบาดของโควิด-19 หลายระลอก ทำให้รัฐบาลล็อกดาวน์เมื่อกลางเดือนกรกฏาคมถึงวันที่ 31 ส.ค.64 ทำให้ลูกค้าถอนมัดจำและชะลอการรับรถในช่วงนั้น และการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ต้องชะลอการผลิตรถยนต์บางรุ่นเป็นระยะ ๆ แต่สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 750,000 คัน จากการคลายล็อกดาวน์ของรัฐบาลมากขึ้น และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเช่นโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ยิ่งใช้ยิ่งได้ และการประกันรายได้เกษตรกร เป็นต้น รวมถึงการอนุญาตให้จัดงานมหกรรมยานยนต์ที่มียอดจอง 31,583 คันมากกว่าเป้าที่ตั้งไว้

ขณะที่ในเดือนธ.ค. 64 จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ มีทั้งสิ้น 154,368 คัน ลดลง 6.64% จากเดือนพ.ย.64 แต่เพิ่มขึ้น 7.89% จากปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 77,592 คัน และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 76,776 คัน

15
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 088-088-0188
Website : https://www.velacruise.com/cruise/ล่องเรืออยุธยา

Pages: [1] 2 3 ... 129