Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - kaidee20

Pages: [1] 2 3 ... 44
1
ตลาดหุ้นออสซี่ร่วงหนัก 3% วิตกแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยหลังเงินเฟ้อพุ่ง

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลงอย่างหนักถึง 3% เช้านี้ โดยราคาหุ้นดิ่งลงเป็นวงกว้างซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มพลังงาน หลังจากออสเตรเลียเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางออสเตรเลียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ณ เวลา 08.45 น.ตามเวลาไทย ดัชนี S&P/ASX 200 ร่วงลง 214.10 จุด หรือ -3.00% แตะที่ 6,925.40 จุด

สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 1.3% ในไตรมาส 4/2564 และพุ่งขึ้น 3.5% ตลอดปี 2564 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงและที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางออสเตรเลียจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

2


    โอกาสในการย้ายทีมของ เอริก ไบยี่ ค่อนข้างจะมีความซับซ้อนซะหน่อยเนื่องจากตอนนี้นักเตะกำลังรับใช้ทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการย้ายแบบยืมตัวจะเป็นไปไม่ได้

    "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน เคยมีข่าวพัวพันกับนักเตะมาแล้ว ในขณะเดียวกับ ไบยี่ ก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ปลื้มกับการที่ต้องตกเป็นกองหลังตัวเลือกอันดับ 4 ของต้นสังกัด

    แน่นอนว่า รังนิก ต้องการที่จะมีผู้เล่นเซนเตอร์แบ็กเอาไว้ในทีม 4 คน และอยากที่จะเก็บ ไบยี่ เอาไว้ แต่ตอนนี้ ฟิล โจนส์ กลับมาฟิตสมบูรณ์แถมทำผลงานได้ประทับใจ "เดอะ โปรเฟสเซอร์" ซะด้วย 

    ดังนั้นมีโอกาสสูงมากๆ ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดทางให้ ไบยี่ ได้ย้ายทีม แต่จะย้ายแบบยืมตัวหรือถาวร งานนี้ต้องขึ้นอยู่กับ รังนิก ว่ายังมองเห็นอนาคตของเขากับสโมสรหรือเปล่า ! 

 

3

ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกทีมชาติเซเนกัล ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงในเกมช่วยชาติเฉือน เคปเวิร์ด ตีตั๋วเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ อย่างไรก็ตามมีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่าทำไม "สิงโตแห่งเตรังก้า" ถึงปล่อยนักเตะลงเล่นต่อทั้งๆ ที่ได้รับการกระทบกระเทือนที่หัวจนถึงขั้นสลบ
    ลิเวอร์พูล ต้นสังกัดของ ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าทีมชาติเซเนกัล คงต้องลุ้นหนักหลังนักเตะได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงในเกมช่วยชาติเอาชนะ เคปเวิร์ด 2-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ เมื่อวันอังคารที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา 

    เหตุการณ์สุดสยองเกิดขึ้นในนาทีที่ 56 เมื่อ เอดูอาร์โด้ เมนดี้ ผู้รักษาประตูจาก เชลซี สาด.ยาวเข้าไปในแดนของ เคปเวิร์ด โดยในจังหวะนั้น มาเน่ พยายามที่จะกระโดดขึ้นไปแย่ง.กับ โวซินญ่า โกลคู่แข่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะศีรษะชนกันอย่างแรง ถึงขนาดที่ แนวรุก "หงส์แดง" หลับกลางอากาศเลยทีเดียว


ลิเวอร์พูลคาใจ! เซเนกัล โดนจวกปล่อยมาเน่เล่นต่อทั้งที่เจ็บศีรษะ (มีคลิป!)
    จากจังหวะดังกล่าวทำให้ โวซินญ่ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นต้องหามลงเปล โดนใบแดงไล่ออก ส่วน มาเน่ หลังจากทำการปฐมพยาบาลแล้ว สามารถที่จะกลับมาเล่นต่อได้ จากนั้นเจ้าตัวก็ซัดประตูสำคัญในนาทีที่ 63 

    อย่างไรก็ตาม มาเน่ เริ่มมีอาการมึนหัวจนไม่สามารถเล่นต่อได้ สุดท้ายนักเตะโดนเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 70 โดย "สิงโตแห่งเตรังก้า" ส่ง บามบ้า เดียง ลงสนามแทน และช่วงทดเจ็บเจ้าตัวก็มาซัดปิดกล่องให้ เซเนกัล ปิดเกมเอาชนะ เคปเวิร์ด 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย 

ลิเวอร์พูลคาใจ! เซเนกัล โดนจวกปล่อยมาเน่เล่นต่อทั้งที่เจ็บศีรษะ (มีคลิป!)
    หลังแมตช์ดังกล่าวได้เกิดคำถามขึ้นมากมายจากจังหวะบาดเจ็บศีรษะของ มาเน่ ว่าทำไมนักเตะยังได้เล่นต่อ ทั้งๆ ที่อาการบาดเจ็บค่อนข้างน่าเป็นห่วงมากๆ โดยบางรายระบุว่า "ทำไม ซาดิโอ มาเน่ ยังได้ลงสนามหลังจากที่ศีรษะชนอย่างรุนแรงกับนายทวารเคปเวิร์ด ? เขาน่าจะถูกเปลี่ยนตัวออก"

    อีกรายกล่าวเสริมว่า "เป็นไปได้ยังไงที่ ซาดิโอ มาเน่ ยังคงได้อยู่ในสนามหลังจากที่สลบจนไม่ได้สติแบบนั้น ?" ตามด้วยอีกราย "ผมแทบไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะเก็บ ซาดิโอ มาเน่ อยู่ในสนาม"

    "ผมไม่ใช่ทั้งแฟน.ทีมชาติเซเนกัล หรือ ลิเวอร์พูล แต่ผมโกรธมากที่พวกเขาปล่อยให้คนที่ได้รับการกระทบกระเทือนสมองลงเล่นต่อไป แบบนั้นมันอันตรายมาก"

    ด้าน จอห์น เบนเน็ตต์ ผู้สื่อข่าว "บีบีซี" สำนักข่าวชื่อดัง แสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า "มีคำถามมากมายที่จะถามว่าทำไม ซาดิโอ มาเน่ ถึงไม่ถูกเปลี่ยนตัวออกหลังเกิดเหตุการณ์นั้น เขาดูเหมือนหมดสติตอนที่ร่วงลงมากองกับพื้น สภาพไม่ดีเอาซะเลย" 

4
เอกชน ลุ้นส่งออกอาหารปี 65 ฝ่าเงินเฟ้อทำนิวไฮ 1.20 ล้านลบ. โต 8.4%

นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการประสานความร่วมมือของ 3 องค์กร ในส่วนของสถาบันอาหารจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องภายใต้การดำเนินงานของศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร โดยมีสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมบูรณาการข้อมูล โดยมองว่า แนวโน้มการส่งออกสินค้าอาหารไทยปี 65 คาดว่าจะมีมูลค่า 1,200,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.4% ซึ่งหากเป็นไปตามคาดจะเป็นสถิติส่งออกสูงสุดครั้งใหม่ (New high) ของการส่งออกอาหาร ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก

1. ความต้องการสินค้าในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจหลังจากประชากรโลกได้รับวัคซีนโควิด-19 ครอบคลุมมากขึ้น ความอันตรายของโรคลดต่ำลง โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะ +4%

2. ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง ทั้งร้านอาหารและโรงแรมค่อยๆ ฟื้นตัวหลังความกังวลโควิด-19 เริ่มลดลง ประเทศต่างๆ มีมาตรการผ่อนคลายมากขึ้น

3. เงินบาทอ่อนค่า โดยคาการณ์ไว้ที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลดีความสามารถการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะอาหารเป็นสินค้าที่พึ่งพิงปัจจัยการผลิตในประเทศเป็นหลักจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยคาดว่าราคาอาหารโลกจะอยู่ที่ +3.5%

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุน เช่น ราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจุบัน จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล อาจขึ้นไปแตะที่ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้

อย่างไรก็ตาม คาดว่ายังมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้การส่งออกไม่เป็นไปตามคาดการณ์ หรือปัจจัยเสี่ยง ได้แก่

1. ราคาวัตถุดิบภาคเกษตร บรรจุภัณฑ์ น้ำมัน เพิ่มสูงขึ้นมาก กระทบต่อต้นทุนการผลิต และขนส่งของภาคอุตสาหกรรมอาหาร

2. การขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แรงงานส่วนใหญ่เดินทางกลับประเทศ จึงกระทบต่อการเพิ่มผลผลิตและรับคำสั่งซื้อ

3. กำลังซื้อของผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางและระดับล่าง อ่อนตัวลงจากภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งปัจจัยด้านเงินเฟ้อน่าจะมีบทบาทมากที่สุด ในการกดดันภาคอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากจะบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง

สำหรับสินค้าส่งออกหลัก 10 กลุ่มสินค้า คาดว่ามูลค่าการส่งออกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มสินค้า ดังนี้

-กลุ่มขยายตัวสูง (มูลค่าส่งออกขยายตัวมากกว่า 10%) ประกอบด้วย 5 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ ข้าว (+11.4%), ปลาทูน่ากระป๋อง (+12.7%), น้ำตาลทราย (+17.5%), กุ้ง (+12.3%) และสับปะรด (+10.2%) โดยข้าวขยายตัวดีจากเงินบาทอ่อนค่า และคาดว่าราคาส่งออกข้าวในปี 65 จะทรงตัวอยู่ในระดับที่แข่งขันได้

ส่วนปลาทูน่ากระป๋องได้รับแรงหนุนจากเงินเฟ้อ ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง อาหารบรรจุกระป๋องจะได้รับประโยชน์จากภาวการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลางในประเทศกำลังพัฒนา ส่วนน้ำตาลทรายจะเริ่มฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย กลุ่มประเทศ CLMV ขณะที่กุ้งและสับปะรดได้รับปัจจัยหนุนจากการพื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยว บริการร้านอาหาร และโรมแรม

-กลุ่มขยายตัวปานกลาง (มูลค่าส่งออกขยายตัวมากกว่า 5% แต่ไม่ถึง 10%) ประกอบด้วย 4 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง (+6.2%), มะพร้าว (+6.4%), เครื่องปรุงรส (+7.9%) และอาหารพร้อมรับประทาน (+9.7%) กลุ่มนี้เป็นสินค้าที่โดดเด่นและมีศักยภาพของไทย แนวโน้มการเติบโตเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ โดยแป้งมันสำปะหลังเด่นตรงที่เป็นสินค้าคุณภาพดี ราคาไม่แพง ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

ทั้งนี้ มีตลาดหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น และอาเซียน ที่ระยะทางในการขนส่งไม่ไกล จึงมีศักยภาพในช่วงที่ต้นทุนค่าขนส่งสูง ผลิตภัณฑ์มะพร้าว (กะทิสำเร็จรูป) และเครื่องปรุงรส โดดเด่นจากการเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย (Authentic) ขยายตัวตามความนิยมอาหารไทยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่วนน้ำมะพร้าวของไทยมีรสชาติหอมหวาน มีภาพลักษณ์ความเป็นธรรมชาติ จึงเหมาะกับเทรนด์สุขภาพ ขณะที่อาหารพร้อมรับประทานเติบโตสอดรับกับพฤติกรรมการบริโภคของคนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก โดยเฉพาะอาหารพร้อมรับประทานเมนูไทยที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

-กลุ่มขยายตัวต่ำ (มูลค่าส่งออกขยายตัวมากกว่า 5%) คือ การส่งออกไก่ (+3.8%) ที่ได้รับผลกระทบจากตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น (ตลาดส่งออกไก่ 50% ของไทย) ที่ยังคงมีมาตรการที่เข้มงวดในการเปิดประเทศ ส่งผลทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและร้านอาหารฟื้นตัวช้า กระทบต่อการส่งออกสินค้าไก่ของไทย

นางอนงค์ กล่าวถึงสถานการณ์ปี 64 ว่า การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากความกังวลโควิด-19 คลายตัวลง ประเทศคู่ค้าผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลทำให้สินค้าส่งออกที่มีตลาดในกลุ่มธุรกิจบริการร้านอาหารและโรงแรมปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับได้รับปัจจัยบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลดีต่อกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่เน้นผลิตเพื่อการส่งออก

ในส่วนของการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 64 มีมูลค่า 1,107,450 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11.8% หรือคิดเป็นมูลค่าส่งออก 34,890 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11.5% ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดโลกของไทยลดลงมาอยู่ที่ 2.30% จาก 2.32% ในปี 63 และอันดับประเทศผู้ส่งออกอาหารของไทยคงที่อยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก

ทั้งนี้ ตลาดส่งออกอาหารของไทยปี 64 เพิ่มขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้น สหรัฐฯ แอฟริกา โอเชียเนีย และสหราชอาณาจักร โดยปัจจุบันประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกอาหารอันดับที่ 1 ของไทย มีสัดส่วนส่งออก 24.5% มูลค่าการส่งออก 271,674 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 50.0% จากปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นจากการส่งออกผลไม้สดและแป้งมันสำปะหลังเป็นหลัก รองลงมาได้แก่ CLMV และญี่ปุ่น เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 2 และ 3 มีสัดส่วนส่งออก 12.4% และ 11.5% ตามลำดับ โดยการส่งออกอาหารไปประเทศอินเดียที่ขยายตัวสูงถึง 219.7% จากการส่งออกน้ำมันปาล์มเป็นหลัก ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และแอฟริกาลดลงจากสินค้าทูน่ากระป๋องและข้าวเป็นสำคัญ

นางอนงค์ กล่าวต่อว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลทำให้การส่งออกอาหารในภาพรวมขยายตัวดี คือ ราคาสินค้าเกษตรวัตถุดิบอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยในปี 64 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มสินค้าเกษตรวัตถุดิบอาหารมีมูลค่าส่งออก 506,970 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 25.5% หรือมีสัดส่วน 45.8% ของมูลค่าส่งออกอาหารโดยรวม จากสัดส่วน 40.8% ในปีก่อน ขณะที่กลุ่มสินค้าอาหารแปรรูปมีมูลค่าส่งออก 600,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% หรือมีสัดส่วนส่งออก 54.2% ของมูลค่าส่งออกอาหารโดยรวม จากสัดส่วน 59.2% ในปีก่อน

สำหรับกลุ่มสินค้าหลักที่การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง (34.3%), กุ้ง (+10.8%), ผลิตภัณฑ์มะพร้าว (+7.7%), เครื่องปรุงรส (13.3%), อาหารพร้อมรับประทาน (+7.7%) และสับปะรด (31.5%) ซึ่งสินค้าดังกล่าวได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของธุรกิจบริการร้านอาหาร หลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในหลายประเทศ ทำให้ประชาชนสามารถออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านได้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่กลุ่มสินค้าหลักที่การส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว (-7.1%), ไก่ (-1.7%), ปลาทูน่ากระป๋อง (-18.3%) และน้ำตาลทราย (-13.2%)

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเลขภาคการส่งออกปี 64 ที่ไม่ตรงกับที่กระทรวงพาณิชย์แถลงก่อนหน้านี้ เนื่องจากองค์กรด้านอุตสาหกรรมอาหารทั้ง 3 แห่ง จะไม่รวมสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง มันเส้น และยางพารา อย่างไรก็ดี การส่งออกที่มีมูลค่าสูงในปี 64 กว่า 90% มาจากสินค้าเกษตร เช่น ผลไม้สด เป็นต้น

สำหรับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าทั่วโลกรวมทั้งไทยที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 63 ประกอบกับปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และราคาถ่านหิน และน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต และการขนส่ง ต่อเนื่องไปถึงราคาสินค้าที่ปรับตัวขึ้น

"สินค้าทุกอย่างขึ้นยกแผงหมด เช่น น้ำมัน ถ่านหิน รวมทั้งค่าแรงก็ขึ้นด้วย แต่เป็นค่าแรงแฝงจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งการลดความหนาแน่นในโรงงาน ค่าใช้จ่ายในการกักตัว และค่าขนส่ง ในส่วนของราคาอาหารน่าจะปรับขึ้นตามกลไกของมัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการก็อยู่ระหว่างพยายามสู้กับราคา และรัฐก็พยายามออกมาตรการตรึงต้นทุนแล้ว แต่หากผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อก็จะย้อนกลับมาส่งผลกระทบเป็นวัฎจักร" นายพจน์ กล่าว
ดังนั้น รัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าอาหารให้มากขึ้น เช่น จะต้องผลักดันการทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) เนื่องจากไทยเสียสิทธิ์การส่งออกให้ประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม ในขณะเดียวกัน รัฐควรผลักดันการนำเข้าวัตถุดิบที่ไม่กระทบกับสินค้าเกษตรของไทย เพื่อนำมาแปรรูป และส่งออก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าแปรรูปได้

นอกจากนี้ อีกปัจจัยที่หอการค้ามองว่า จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกเป็นอย่างมาก คือ ค่าเงินบาทซึ่งถือเป็นตัวแปรสุดท้ายในการช่วยลดต้นทุน โดยหากเงินบาทไม่ถึง 34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือแข็งค่ากว่า 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกเป็นอย่างมาก

นายพจน์ ยังได้กล่าวถึงการส่งออกสุกรว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนการส่งออกสุกรตัวเป็นๆ จำนวนน้อย และขณะนี้รัฐก็ออกมาตรการห้ามส่งออก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกมาก ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์หมูแปรรูปก็ยังทำตลาดได้ไม่มาก จึงได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสุกร อาจต้องเพิ่มต้นทุนในการผลิต จากการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประเทศอื่นๆ มากขึ้นด้วย

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นอุปสรคต่อการส่งออกในปี 65 ว่า ผู้ประกอบการ และรัฐ จะต้องปรับตัว และควบคุมต้นทุนต่างๆ ให้มากขึ้น เช่น การนำเครื่องจักรมาใช้ในการทำงาน การควบคุมไม่ให้ดอกเบี้ยขึ้นสูงเกินไป รวมถึงการให้โอกาสผู้ประกอบการ SME ขึ้นมามีบทบาทมากขึ้น ในขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตที่สำคัญ อย่างค่าไฟฟ้า และค่าธรรมเนียมต่างๆ รัฐก็สามารถเข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้

"เอกชนพยายามควบคุมราคาแล้ว แต่ต้องให้รัฐเข้ามาช่วยด้วย อย่างเรื่องเล็กๆ เช่น Digital Transform ลดการใช้เอกสาร และไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปดำเนินการเรื่องต่างๆ ที่สถานที่ราชการ เป็นต้น" นายวิศิษฐ์ กล่าว

5
'แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น' ชูแคมเปญพิเศษ 'AWC Infinite Lifestyle Holistic Well-Being Series' มุ่งเอาใจคนดูแลสุขภาพกับสิทธิประโยชน์มากมายจากโรงแรมในเครือฯ ทั่วไทย

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ออกแบบแคมเปญสุดพิเศษภายใต้ 'AWC Infinite Lifestyle Holistic Well-Being Series' เน้นกลุ่มเป้าหมายเอาใจคนรักสุขภาพที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมายผ่านบริการจากโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำในเครือ AWC ทั่วประเทศ เพียงแสดงสถานะสมาชิก 'AWC Infinite Lifestyle' (ทุกระดับสมาชิก) ก่อนการใช้บริการ ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับสิทธิประโยชน์ออนท็อปกับโปรแกรมที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ โดยออกแบบโปรแกรมใหม่ทุกสัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เต็มอิ่มไปกับสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับผู้ที่ใส่ใจในเรื่องการดูแลตัวเอง สู่การมีคุณคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-Being) จากทั้งภายในสู่ภายนอก ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษจากทางโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำในเครือ AWC ใน 6 เมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ กับแคมเปญ 'AWC Infinite Lifestyle Holistic Well-Being Series' ด้วยการดีไซน์รูปแบบแพ็กเกจเพื่อตอบโจทย์คนรักการดูแลสุขภาพ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ด้านสังคม ด้านอาหารการกิน และด้านอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ในเรื่องของห้องพัก เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ บริการสปาและทรีตเมนต์เพื่อสุขภาพและการผ่อนคลาย รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มสีสันในช่วงวันหยุดพักผ่อนให้เต็มไปด้วยความสุข พร้อมคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นกับสิทธิประโยชน์ออนท็อปในสัปดาห์พิเศษเมื่อซื้อโปรโมชั่นหรือแพ็กเกจ AWC Infinite Lifestyle Holistic Well-Being Series ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละโรงแรมไม่ซ้ำกันตลอดระยะเวลาของแคมเปญ เริ่มต้นตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป เพียงแสดงสถานะสมาชิก 'AWC Infinite Lifestyle' (ทุกระดับสมาชิก) กับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ

พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษในสัปดาห์นี้จากโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ กับแพ็กเกจห้องพักราคาเริ่มต้นที่ 6,099++ บาท/ห้อง/คืน รวมอาหารเช้า และเซ็ตอาหารค่ำเพื่อสุขภาพ พร้อมทรีตเมนต์สปา 60 นาที สำหรับ 2 ท่าน โดยสามารถจองและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2565 สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก 'AWC Infinite Lifestyle' (ทุกระดับสมาชิก) รับฟรีทันทีของที่ระลึกพิเศษจากทางโรงแรม เมื่อเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มกราคม 2565 เพียงแสดงสถานะสมาชิกผ่านแอปพลิเคชัน AWC CONNEXT สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-088-5666

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิก 'AWC Infinite Lifestyle' ได้ง่ายๆ เพียงสมัครและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน AWC CONNEXT ที่มีให้บริการจากทั้งระบบ iOS และ Android รวมถึงสามารถติดตามสิทธิประโยชน์พิเศษจากแคมเปญ 'AWC Infinite Lifestyle Holistic Well-Being Series' ในแต่ละสัปดาห์ได้ทาง Facebook อย่างเป็นทางการที่ Asset World Corporation หรือ Line Official Account ที่ @AWCCircle 

6
ส.อ.ท.เผยยอดส่งออกรถยนต์ธ.ค. 101,307 คัน โต 47.93%YoY สูงสุดรอบ 9 เดือน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในเดือนธ.ค. 64 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปได้ 101,307 คัน สูงสุดในรอบ 9 เดือน เพิ่มขึ้น 2.51% จากเดือนพ.ย.64 และเพิ่มขึ้นจาก 47.93% จากธ.ค. 63 จากการได้รับเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนมากขึ้น จนสามารถส่งออกได้กว่า 100,000 คัน สูงสุดในรอบ 9 เดือน และส่งออกเพิ่มขึ้นทุกตลาด โดยเฉพาะตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนีย เพิ่มขึ้น 101.5% ตลาดยุโรป เพิ่มขึ้น 64.96% ตลาดอเมริกาเหนือ เพิ่มขึ้น 54.99% ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เพิ่มขึ้น 121.87% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และยังส่งออกเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์เพิ่มขึ้นจากการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นของประเทศคู่ค้า

สำหรับยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนม.ค.-ธ.ค.64 ส่งออก 959,194 คัน โดยเพิ่มขึ้น 30.35% จากระยะเวลาเดียวกันในปี 63 โดยมีมูลค่าการส่งออก 561,147.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.56%

ด้านยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนธ.ค. 64 มีจำนวนทั้งสิ้น 86,145 คัน สูงสุดในรอบ 12 เดือนเพิ่มขึ้น 20.12% จากเดือนพ.ย.64 แต่ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 17.2% ต่ำกว่าปี 2563 เพราะมีปัจจัยลบสองอย่างคือ การระบาดของโควิด-19 หลายระลอก ทำให้รัฐบาลล็อกดาวน์เมื่อกลางเดือนกรกฏาคมถึงวันที่ 31 ส.ค.64 ทำให้ลูกค้าถอนมัดจำและชะลอการรับรถในช่วงนั้น และการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ต้องชะลอการผลิตรถยนต์บางรุ่นเป็นระยะ ๆ แต่สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 750,000 คัน จากการคลายล็อกดาวน์ของรัฐบาลมากขึ้น และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเช่นโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ยิ่งใช้ยิ่งได้ และการประกันรายได้เกษตรกร เป็นต้น รวมถึงการอนุญาตให้จัดงานมหกรรมยานยนต์ที่มียอดจอง 31,583 คันมากกว่าเป้าที่ตั้งไว้

ขณะที่ในเดือนธ.ค. 64 จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ มีทั้งสิ้น 154,368 คัน ลดลง 6.64% จากเดือนพ.ย.64 แต่เพิ่มขึ้น 7.89% จากปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 77,592 คัน และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 76,776 คัน

7
คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ ชวนช้อป 7 วันสนุกส่งท้ายเดือน สุดคุ้มวันที่ 31 มกราคม ลดสูงสุด 60%

คิง เพาเวอร์ แอปพลิเคชัน จัดแคมเปญ "FASCINATING PAYDAY" ช้อปสนุกส่งท้ายเดือนต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกับสินค้าแบรนด์ดัง ราคาดิวตี้ฟรีพิเศษในวันที่ 31 มกราคมกับสินค้าลดสูงสุด 60%ไม่มีขั้นต่ำและไม่ต้องใส่รหัสส่วนลด ตั้งแต่วันที่ 25-31 มกราคม 2565

เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ จัดหนักส่งท้ายเดือนมกราคมกับ 7 วันช้อปสนุกทุกสิ้นเดือน ขนขบวนสินค้าเอาใจนักช้อปกับสินค้ากว่าหมื่นรายการหลากหลายหมวด อาทิ สินค้าบิวตี้ แฟชั่น อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ภายในบ้าน จากแบรนด์ดังมากมาย อาทิ JABRA, LONGLAI, MARC JACOBS, SULWHASOO, DR.SPILLER, THE HISTORY OF WHOO, FOREO ลดสูงสุด 45% เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท เพียงใส่รหัส FPJAN พบกับโค้ดพิเศษหลังเที่ยงคืนเฉพาะวันที่ 26 และ 27 มกราคม นี้ กับ Exclusive Code ลดสูงสุด 45% และลดเพิ่มอีก 5% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท รอรับโค้ดได้ที่ www.kingpower.com พิเศษ! วันสุดท้ายของเดือนวันที่ 31 มกราคม วันเดียวเท่านั้น เอาใจนักช้อปกับดีลส่วนลดสูงสุด 60% ไม่มีขั้นต่ำ และไม่ต้องใส่รหัสส่วนลด

นอกจากนี้ ยังสามารถรับส่วนลดเพิ่ม และสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ ส่วนลดเพิ่ม 5% เมื่อซื้อครบ 1,200 บาท เพียงใส่รหัสส่วนลด SV CODE จากพนักงาน คิง เพาเวอร์, ส่วนลดพิเศษ 200 บาท สำหรับลูกค้าใหม่ที่สมัครสมาชิกออนไลน์, แบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน, รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 8,000 บาท และรับของสมนาคุณสุดพิเศษจากแบรนด์ดัง(Gift with Purchase) พร้อมบริการ Home Delivery จัดส่งฟรีทั่วประเทศ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 699 บาท

8
เติมคอยส์ COINS เติมเงิน Mico Live, Mico เติมเพชร Mico Live, Mico

"ได้เยอะกว่าเติมผ่านแอป"
พร้อมรับสมัครวีเจ มีเงินเดือน+ค่าของขวัญ 





111Topup เปิดบริการ เติมคอยส์ เติม COINS เติมเพชร เติมรูบี้ วิธีการเติมเงิน เติมคอยส์ MICO เติม COINS เติมเพชรง่ายนิดเดียว เพียงแค่โอนเงินผ่านเลชบัญชีธนาคารของเรา แจ้งโอน พร้อมบอกเลขไอดี รอรับคอยส์ไม่เกิน 30 วินาที การันตีได้คอยส์ชัวร์ แถมเยอะกว่าเติมผ่านในแอป ไม่โกง ไม่หลอก แน่นอน โดยมีการเติมเงินแบบ 2 ช่องทางหลักคือ

1. เติมคอยส์ MICO  เติมผ่านระบบธนาคาร ATM,ฝากเงินผ่านตู้, Mobile Banking ,ผ่านเว็บไซด์ธนาคาร


2. เติมคอยส์ MICO  เติมเงินผ่านบัตรเติมเงิน ทรูมันนี่ 


111Topup รีบแอดไลน์เพื่อรับโปรโมชั่น แถมคอยส์เพิ่มขึ้น
เติมคอยส์ MICO




Add Line : @111Topup


วิธีการเติมเงิน Kitty Live, Mico Live คอยส์ COINS เพชร


1.     แอดไลน์ @111Topup (มี @ ด้วยนะคะ) เติมคอยส์ MICO, KittyLive 


2.     โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ตามที่ระบุไว้ หรือ ถ้าเติมผ่านบัตรทรูมันนี่ ให้ส่งหลักฐานบัตรมาที่ไลน์แอด @111Topup


3.     แจ้งเลขไอดี แอฟ Kitty Live, Mico ในไลน์


4.     เมื่อทีมงานรับเรื่องแล้วไม่เกิน 30 วินาทีคุณจะได้รับคอยส์ (COINS) ใน แอฟ Kitty Live, Mico


5.     เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เปิดบริการเติมเงินทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 02.00 น. (8โมงเช้า-ตี2 ทุกวัน)


 


 


รับสมัครวีเจ ไลฟ์ มีเงินเดือน + ค่าของขวัญ เงินเดือนขั้นต่ำ 6000 บาท 


 


สมัครวีเจ เข้า สังกัด 111 ทำงาน ขั้นต่ำ 20 วัน 30 ชั่วโมงต่อเดือน ทำงานที่บ้านไลฟ์ ออนไลน์ผ่านมือถือ 


มีการันตีเงินเดือน 6000-10000 บาท สำหรับวีเจใหม่ มีเทรนด์งานก่อนขึ้น ไลฟ์ดี ตั้งใจไลฟ์ สังกัดพร้อมซัพพอร์ต ในการหายูสให้แน่นอน รายได้หลักหมื่น - ถึงแสน บาทต่อเดือน


** วีเจที่เคยไลฟ์ BIGO VIBIE YAYA MCAT MLIVE มีการันตีพิเศษ คลิ๊กเลย


สนใจสมัครวีเจ คลิ๊กเลย  https://lin.ee/0apXPWf


 

9
SIRI เป้า Q1/65 ยอดขาย 8 พันลบ.รับอสังหาฯฟื้น-LTV หนุนออกแคมเปญ โปร-เต-ลู

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ บมจ.แสนสิริ (SIRI) เปิดเผยว่า บริษัทเชื่อมั่นว่ามาตรการรัฐและเกณฑ์ใหม่ LTV ที่ประกาศใช้จนถึงสิ้นปี 65 จะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความคึกคักขึ้น ซึ่งจากทิศทางของตลาดฯที่ดี SIRI จึงวางเป้าหมายยอดขายในไตรมาส 1/65 ไว้ที่ 8 พันล้านบาท เชื่อมั่นว่าจะสามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ทิศทางตลาดอสังหาปี 65 มีสัญญาณที่ดี จากมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 65 ของภาครัฐ ในการประกาศลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองบ้าน-คอนโดเหลือ 0.01% ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม ทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 65 ยังรวมถึงมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย( ธปท.) ที่สนับสนุนการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ด้วยการผ่อนคลายมาตรการ LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็น 100% ถึงสิ้นปี 65 (จากเดิมที่เพดาน LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ระดับ 70-90%) ซึ่งนับเป็นข่าวดีของทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการ และเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์คึกคักขึ้น

บริษัทได้สนับสนุนนโยบายกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ เนื่องจากเป็นแนวทางที่สนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อประโยชน์สาธารณะและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของแสนสิริ ในการสนับสนุนคนไทยมีบ้านได้ง่ายขึ้น

บริษัทยังได้เปิดตัวแคมเปญ "โปร-เต-ลู" เปิดประตูรับโชคใหญ่ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษตั้งแต่ต้นปี ใน 65 โครงการ SIRI ทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.- 31 มี.ค.65 ได้แก่ ลุ้นรับทองคำหนักสูงสุด 22 บาท เมื่อจอง 15 คอนโดมิเนียมของ SIRI ภายในวันที่ 28 ก.พ.พร้อมฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน ฟรีเฟอร์นิเจอร์ ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า และฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 2 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละโครงการกำหนด

นอกจากนี้ ยังรับโชคต้นปีสูงสุด 2 ล้านบาท อยู่ฟรีนาน 2 ปี หรือโชคใหญ่ผ่อนสบาย 3 ปี พร้อมทางเลือกทางการเงินเมื่อจอง 50 โครงการบ้านและทาวน์โฮม อาทิ ผ่อนให้สูงสุด 24 เดือน, ผ่อนต่ำล้านละ 2,500 บาท นาน 2 ปี ดอกเบี้ยต่ำ 2.25% นาน 3 ปี ทุกโครงการฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน และฟรีค่าส่วนกลางนานสูงสุดถึง 2 ปี เมื่อจองและโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 31 มีนาคม 65 เงื่อนไขและโปรโมชั่นแตกต่างกันในแต่ละโครงการ

และเฉพาะยูนิตที่ร่วมรายการ พิเศษ 9 วันมงคลรับตรุษจีน ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.-6 กพ. 65 รับทองคำสูงสุด 9 บาท เมื่อจองบ้านและทาวน์โฮมของแสนสิริ พร้อมรับอั่งเปาสิทธิพิเศษส่วนลดจาก 7 พาร์ทเนอร์แบรนด์ดัง ได้แก่ บุญถาวร, Lamptitude, PASAYA, PASAYA CURTAIN, SB Design Square, Starmark และ V.Pack & Move (Bangkok) เมื่อเข้าชมตั้งแต่วันนี้-20 ก.พ. 65 หรือจนกว่าอั่งเปาจะหมด

10
RS เปิดกลยุทธ์ปี 65 ดันรายได้ 5.1 พันลบ.ยกระดับ Entertainmerce-ลุย M&A

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาร์เอส (RS) ประกาศแผนกลยุทธ์ปี 65 ปักธงก้าวต่อ Popcoin ในฐานะ Infrastructure เพื่อยกระดับโมเดล Entertainmerce ให้แข็งแกร่งขึ้นในหลากหลายมิติ ทั้งการสร้าง Seamless Customer Experience และการมี Seamless Big Data พร้อมเผย 4 กลยุทธ์หลักสร้างการเติบโตที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นตัวขับเคลื่อน และกุญแจสำคัญที่จะนำพาทุกธุรกิจในเครือพุ่งทะยานไปสู่เป้าหมาย 5.1 พันล้านบาทในปีนี้

นอกจากนี้ RS ยังคงมองหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจจากการทำ M&A อีก 1-2 ดีลภายในปีนี้ โฟกัสที่การต่อยอดโมเดลธุรกิจ Entertainmerce ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อขยายช่องทางการขายและแพลตฟอร์มของธุรกิจคอมเมิร์ซ รวมถึงการเพิ่มไลน์สินค้าและบริการ และส่งเสริมให้ Ecosystem ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่สำคัญการทำ M&A จะเป็นกลไกในการช่วยคุมต้นทุนของบริษัทด้วย

นายสุรชัย กล่าวว่า เป้าหมายรายได้ในปี 65 จะมาจากธุรกิจ Commerce ราว 2,750 ล้านบาท และธุรกิจ Media & Entertainment ประมาณ 2,350 ล้านบาท โดยในส่วนนี้แบ่งเป็น ทีวี 1,400 ล้านบาท, POPCOIN 300 ล้านบาท, เพลง (Music) 325 ล้านบาท และ Events & คอนเสิร์ต 325 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ปีนี้จะอยู่ที่ 48-50% และอัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) จะอยู่ที่ 12-14%

ในปี 65 บริษัทจะดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ LEAP โดย L คือ Lifestyle Wellbeing Solution, E คือ Entertainment Uplift, A คือ Asset Monetization และ P คือ Popcoin ซึ่งทั้ง 4 กลยุทธ์สำคัญ จะนำไปสนับสนุนการทำงานของธุรกิจในเครือ RS ให้เติบโตก้าวกระโดดไปอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง

-L จะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจคอมเมิร์ซ ซึ่งประกอบไปด้วย อาร์เอส มอลล์ (RS Mall) มัลติแพลตฟอร์มช้อปปิ้งสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม 4 เรื่องสำคัญ คือ การเป็น Your Wellbeing Partner คัดเลือกสินค้าและบริการที่หลากหลายตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน มีการแบ่งสินค้าและบริการออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ สินค้ากลุ่มบอดี้ 60% ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงาม, สินค้ากลุ่มมายด์ 5% ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต เช่น ไทยประกันชีวิต บุพพการีมีเงินใช้ (เพื่อเพื่อผู้สูงอายุ), ไทยพาณิชย์ โพรเทค ประกัน แคนเซอร์ พลัส และสินค้ามงคล เป็นต้น, กลุ่มโฮมแอนด์เพ็ท 20% และ กลุ่มโซเชียลแอนด์ทราเวล 15%

สินค้าที่ขายใน RS Mall ทั้งหมดมาจากบริษัท ไลฟ์สตาร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ RS ราวป 50% และพาร์ทเนอร์อีก 50% ใช้ Popcoin เป็นตัวเชื่อมในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem ของ RS Mall ซึ่ง Popcoin จะมาเป็นเครื่องมือในการทำ GWP (Gift with Purchase) และช่วยเพิ่มยอดขายจากการทำโปรโมชั่นต่างๆ สำหรับสมาชิก RS Mall PLUS ขยายและสร้างความแข็งแกร่งในช่องทางอีคอมเมิร์ซ รวมถึงจัดทำ Loyalty Program ในชื่อ ?RS Mall PLUS? สมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย โดยปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 8 แสนราย และคาดว่าภายในสิ้นปี 65 จะมีสมาชิกเพิ่มเป็น 1.2 ล้านราย

ในปีนี้ ไลฟ์สตาร์ ได้รีแบรนด์ใหม่ เพื่อมุ่งสู่การเป็น Innovative Wellness Product Company ที่จะนำนวัตกรรมใหม่ๆ ในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อการป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพ (Preventive Care) พร้อมไปกับการขับเคลื่อนให้ผู้คนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ well u (เวล ยู), Vitanature+ (ไวตาเนเจอร์พลัส), CAMU C (คามู ซี) Innovative Health & Wellness Drink และ Lifemate (ไลฟ์เมต)

ไฮไลท์ผลิตภัณฑ์ปีนี้เป็นสินค้าที่มีสารสกัดจากกัญชงและ CBD ที่จะทยอยออกมาในแต่ละแบรนด์ และนอกจากจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่าน RS Mall แล้ว ยังขยายช่องทางการจำหน่ายไปสู่ช่องทางการขายที่เหมาะสมกับแต่ละประเภทสินค้า เช่น ร้านสะดวกซื้อ โมเดิร์นเทรด ร้านค้าปลีก Specialty Store ร้านขายยา และเพ็ทชอป รวมถึงช่องทางอีคอมเมิร์ซด้วย ที่สำคัญยังนำ Popcoin มาเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นยอดขาย และสร้าง Engagement เพื่อให้แบรนด์ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น

"บริษัทฯ วางเป้าหมายในการออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกัญชงปีนี้ แบ่งเป็น well u 1 SKU, CAMU C 3 SKU และ Lifemate 3-4 SKU ขณะเดียวกันการออกผลิตภัณฑ์ปกติภายใต้แบรนด์หลัก 4 แบรนด์ ดังกล่าว คาดจะออกได้ราว 30 SKU" นายสุรชัย กล่าว
E ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 พร้อมรุกช่องทางออนไลน์และสร้างฐานแฟนคลับใหม่ๆ ด้วยการสร้างเพจและกลุ่มละครช่อง 8 ทั้งเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม, พัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของช่องใหม่, ผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ ให้เข้าถึงความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 18-24), เพิ่มออริจินัลคอนเทนต์ และสร้างฐานผู้ชมกลุ่มใหม่ (อายุ 18-30), รายการข่าว ละคร และมวย ที่จะยกระดับเอาใจผู้ชมช่อง 8 มากกว่าเดิม
นอกจากนี้ ผู้ชมช่อง 8 จะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษจาก Popcoin ผ่านระบบเมมเบอร์ชิพ รวมไปถึง Exclusive คอนเทนต์ที่มีให้เฉพาะ Popster เท่านั้น ส่วนสปอนเซอร์ยังสามารถนำ Popcoin ไปทำกิจกรรมที่หลากหลายร่วมกับช่อง 8 เพื่อให้แบรนด์ได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น

COOLISM นำโดย COOLfahrenheit สถานีเพลงไทยสากลจะขยายฐานผู้ฟังสู่ Young Generation ผ่านสมาร์ท สปีคเกอร์ และสมาร์ท ดีไวซ์ พร้อมมุ่งเน้นรักษาฐานผู้ฟังด้วยกิจกรรม อาทิ COOL Outing และ อิ๊งค์ Eat All Around ด้าน COOLive วางแผนจัด 3 คอนเสิร์ตใหญ่ ได้แก่ kemikaze Party 2022 ในช่วงเดือนมิ.ย., Dance Marathon 2022 ในช่วงเดือนต.ค. และปิดท้ายปีด้วย 21st Anniversary D2B Festival อีกทั้งยังเชื่อมโยงกิจกรรมและสิทธิพิเศษต่างๆ ด้วยระบบ CRM ที่ทำร่วมกับ Popcoin ในปีนี้ และยังนำ Popcoin ไปสร้าง Engagement กับคนฟัง COOLfahrenheit

RS Music ทำคอนเทนต์ใหม่ๆ ขึ้นไปวางบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับธุรกิจ โดยจับมือกับพันธมิตรเพื่อออกซิงเกิ้ลใหม่ และยังสามารถฟังผ่านสตรีมมิ่งต่างๆ รวมถึงการเพิ่มช่องทางรายได้จากการบริหารและดูแลศิลปินด้วยการผลิตคอนเทนต์ใหม่ๆ ป้อนเข้าช่องทางออนไลน์ ทั้งช่อง RSfriends, Kamikaze และ RSiam และงานบริหารลิขสิทธิ์คลังเพลง ที่ปีนี้จะเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่จากแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ TikTok และพันธมิตรใหม่ๆ

ส่วนบริษัท โฟร์ท แอปเปิ้ล จำกัด จากความเชี่ยวชาญของบริษัทในด้านคอนเทนต์ K-Pop ในปีนี้ จึงจัดทำรายการ Food Truck Battle ซีซั่น 2 และรายการ Men in Light Documentary ที่นำเสนอเรื่องราวของศิลปินชาวไทยที่มีชื่อเสียงในระดับโลก นอกจากคอนเทนต์ฝั่ง K-Pop แล้ว โฟร์ท แอปเปิ้ล จะมีการผลิตคอนเทนต์และร่วมจัดอีเวนท์ระดับโลกตามมาอีกมากมายในอนาคต

A หรือ Asset Monetization การเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่จาก Asset ในองค์กร ได้แก่ RS Music การเข้าสู่ตลาด NFT ภายใต้ความแปลกใหม่ที่แฟนคลับ RS Music ต้องติดตาม และจากฐานผู้ชมผู้ฟังเพลงรวมกว่า 50 ล้านบัญชีผู้ใช้งานผ่านทุกช่องทางออนไลน์ RS Music จะสร้างออนไลน์คอนเทนต์รูปแบบใหม่ใน youtube โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ช่อง RSiam ได้แก่ รายการอาร์สยามขายเก่ง, รายการคลินิกเงินกรู๊วววว, รายการ R Siam ขาเลาะ และรายการ อิหยังวะ
ช่อง RS friends ได้แก่ รายการโตมากับเฮีย, รายการติดสัตว์ และรายการเดอะแบก ช่อง Kamikaze ได้แก่ รายการวัยรุ่นเงินล้าน, รายการหาทำ, รายการร้อนงาน และรายการหิวไก่ รวมถึงการสร้างออนไลน์คอนเทนต์ร่วมกับช่องทางศิลปิน เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม กับ รายการ MISSION เฮ็ดสิเบิ้ล และรายการน่ารักสัตว์สัตว์

บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด จากที่ RS ได้เข้าร่วมลงทุนในสัดส่วน 35% นั้น ขณะนี้ยังคงดำเนินตามแผนธุรกิจ ทั้งในแง่การ Synergy เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจร่วมกัน และเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) โดยจะยื่น Filing ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ในไตรมาส 2/65 คาดว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาส 4/65

P หรือ Popcoin สมาร์ท มาร์เก็ตติ้ง แพลตฟอร์ม เทคโนโลยีบล็อกเชนที่จะเข้ามาเป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง และสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้แก่ RS รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ ล่าสุด มีผู้ลงทะเบียนเป็น Popster จากแคมเปญ Popcoin Airdrop แล้วกว่า 7 แสนราย ซึ่งในปีนี้เหล่า Popster จะเข้าถึงประสบการณ์ใหม่ๆ ที่พิเศษสุดๆ ที่สำคัญ Popcoin ยังเป็นเครื่องมือในการทำการตลาดในเครือ RS เพื่อนำไปส่งเสริมการขาย เป็นช่องทางหารายได้ใหม่ๆ และสร้าง Engagement กับลูกค้าของแต่ละแบรนด์ได้เช่นกัน โดยคาดว่า Popcoin จะสามารถเข้าทำการซื้อขายบนกระดาน BITKUB ได้ภายในเดือนม.ค.นี้
นายสุรชัย กล่าวว่า บริษัทยังคงมองหาพารท์เนอร์ทางธุรกิจจากการทำ M&A อีก 1-2 ดีลภายในปีนี้ โดยวางงบลงทุน M&A ไว้ดีลละประมาณ 500-1,000 ล้านบาท โฟกัสที่การต่อยอดโมเดลธุรกิจ Entertainmerce ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อขยายช่องทางการขายและแพลตฟอร์มของธุรกิจคอมเมิร์ซ รวมถึงการเพิ่มไลน์สินค้าและบริการ และส่งเสริมให้ Ecosystem ของอาร์เอส กรุ๊ป ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่สำคัญ การทำ M&A จะเป็นกลไกในการช่วยคุมต้นทุนของบริษัทด้วย

"ในปีนี้ อาร์เอส กรุ๊ป ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภคอยู่เหมือนเดิม แต่จะหันมาโฟกัสที่ดิจิทัลโปรดักส์ ดิจิทัลคอนเทนต์ และดิจิทัลเซอร์วิสเพิ่มขึ้น โดยผ่านการทำงานของ Popcoin เพื่อยกระดับให้ อาร์เอส กรุ๊ป เป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ โดยลูกค้ากลุ่ม Baby Boomer, Gen X และ Gen Y ตอนต้นนั้นยังเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก แต่เราจะใช้ Popcoin มาเชื่อมให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้รับ Benefits ที่เพิ่มขึ้น และใกล้ชิดกับเรามากขึ้น

ส่วนลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่าง Gen Y ตอนปลาย Gen Z และ Alpha ซึ่งชื่นชอบการใช้เทคโนโลยี และ Adopt เทคโนโลยีได้รวดเร็ว เราจะนำ Popcoin มาเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้พวกเขารู้จักอาร์เอส กรุ๊ป มากขึ้น เข้าถึงเราได้ง่ายกว่าที่เคย และได้รับความสุขที่พิเศษกว่าใครจากการมาเป็น Popster และอยู่ใน Popcoin Community" นายสุรชัย กล่าว

พร้อมกันนี้ RS ยังกำหนด 4 กลยุทธ์สำคัญที่เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว ได้แก่

1. การสร้างดิจิทัล อีโคโนมี บนโมเดลธุรกิจ Entertainmerce ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์ ทั้งในแง่ของ E-Commerce และ ออนไลน์คอนเทนต์ชูดิจิทัลคอนเทนต์และนำ Asset ของอาร์เอสมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทราสฟอร์ม Physical Asset ของอาร์เอสที่มีอยู่ ให้กลายเป็น Digital Asset เพื่อสร้างรายได้ใหม่ๆ ใช้ Popcoin เป็นเครื่องมือสำคัญในการแปลง Asset ของอาร์เอสให้เป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน

2. เป็นองค์กรแห่งข้อมูล นำข้อมูลมาวิเคราะห์ และทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจและนำมาต่อยอดเพื่อสร้าง Business Direction ที่ชัดเจน ภายใต้ Vision และ Mission ขององค์กร การนำข้อมูลของแต่ละธุรกิจมาประสานและใช้ร่วมกัน เพื่อหารายได้เพิ่มจากโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ

3. ยกระดับบริษัทผลิตผลิตภัณฑ์ของอาร์เอสให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อจับกลุ่มลูกค้า Mass Market สร้างแบรนด์สินค้าในเครือให้เป็นที่รู้จัก เพื่อขยายฐานลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตั้งต้นจากนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่าง และเป็น First mover ในตลาดสินค้าประเภทนั้นๆ อยู่เสมอ

4. เพิ่มมูลค่าให้แก่บริษัท ผ่านการ Synergy และจับมือกับพันธมิตรใหม่ๆ ในหลากหลายวงการเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ผ่านการจับมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ ด้วยการทำ M&A และการทำ JV ใช้ศักยภาพจากทุกธุรกิจในเครือเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำไปสู่การสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของอาร์เอสตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และได้รับผลตอบแทนการลงทุนจากการ IPO ของบริษัทที่ RS เข้าไปร่วมลงทุน

11
RS แจงศึกษาลงทุนธุรกิจใหม่ขยาย Ecosystem หลังมีข่าวดีลซื้อธุรกิจขายตรง ยูนิลีเวอร์

บมจ.อาร์เอส (RS) ชี้แจงตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สอบถามและขอให้บริษัทฯ ชี้แจงถึงประเด็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวว่าบริษัทฯ เตรียมปิดดีลเจรจาซื้อกิจการหน่วยธุรกิจขายตรงของยูนิลีเวอร์นั้น บริษัทมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจบันเทิงที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน รวมทั้งการสร้างจุดยืนในฐานะผู้นำการผสมผสานความบันเทิงและการค้าปลีกด้วยโมเดล Entertainmerce

นอกจากนี้ จากการที่บริษัทมีกลยุทธ์การทำ Mergers and Acquisitions (M&A) และ Joint Venture (JV) นั้น บริษัทอยู่ในระหว่างการศึกษาการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตและขยาย Ecosystem ของ RS

AGE จัดหนักรับปีเสือผลงานQ4รุ่ง-ออเดอร์ทะลัก

เปิดศักราชใหม่ปี 2565 ตอกย้ำความเก๋าของ บอส "พนม ควรสถาพร" แห่งค่าย "เอเชีย กรีน เอนเนอจี" หรือ AGE ที่แว่วๆ ว่าผลการดำเนินในงานไตรมาส 4/2564 มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ให้กับบรรดา FC ได้ชุ่มฉ่ำกันไม่มากก็น้อย ส่วนจะบิ๊กขนาดไหนนั้นต้องขออุบไว้ก่อนนะคะ แต่ที่แน่ๆ เพิ่งจรดปากกาเซ็นสัญญารับงานให้บริการโลจิส ติกส์ 2 บริษัทชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และทรายแก้วของไทย รวม 3.2 ล้านตันมูลค่า 550 ล้านบาทเป็นระยะเวลาต่อเนื่องถึง 3 ปีเลยที่เดียว หนุนเป้ารายได้ปีนี้ทำนิวไฮต่อเป็น 1.5 หมื่นล้านบาท และยอดขายถ่านหินแตะ 6.5 ล้านตัน แหม่เสิร์ฟข่าวเด็ดตั้งแต่ต้นปีแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่าของมันต้องมีคร่า?

12


"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นแท่นเป็นสโมสรของ พรีเมียร์ลีก ที่ทุ่มจ่ายค่าแรงให้กับพ่อค้าแข้งอย่างงามเนื่องจากมีสตาร์ของทีมติดโผรับทรัพย์ก้อนโตมากที่สุดในสิบอันดับแรก
    แม้ทีมจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด จะไม่ประสบความสำเร็จในสังเวียนแข้งอย่างจริงๆจังๆในระยะหลัง แต่สถานภาพทางการเงินของสโมสรยังอยู่ติดอยู่ในระดับท๊อปของวงการฟุต.เนื่องจากเป็นที่เชื่อกันว่าพ่อค้าแข้ง ผีแดง หลายรายต่างมีรายได้ในแต่ละสัปดาห์อย่างงาม

    กระทั่งล่าสุดเมื่อ 24 ม.ค. Sportrac ได้เผยข้อมูลของนักเตะที่ได้ค่าแรงสูงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ออกมาซึ่งในสิบอันดับแรกปรากฏว่ามีสมาชิก เร้ด เดวิลส์ ติดโผมากกว่าทุกสโมสร

    อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่าจากสิบรายชื่อล้วนเป็นตัวแทนจากสองสโมสรเงินถังของเมืองแมนเชสเตอร์ รวมถึงอีกสโมสรจากลอนดอนซึ่งได้แก่ เชลซี

สรุป 10 นักเตะที่ได้ค่าแรงสูงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

1.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 510,000 ปอนด์ (ราว 22.5 ล้านบาท)

2. เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้) 400,000 ปอนด์ (ราว 17.7 ล้านบาท)

3.ดาบิด เด เคอา (แมนฯ ยูไนเต็ด) 375,000 ปอนด์ (ราว 16.6 ล้านบาท)

4.เจดอน ซานโช่ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 350,000 ปอนด์ (ราว 15.4 ล้านบาท)

5.ราฟาแอล วาราน (แมนฯ ยูไนเต็ด) 340,000 ปอนด์ (ราว 15 ล้านบาท)

6.โรเมลู ลูกากู (เชลซี) 325,000 ปอนด์ (ราว 14.3 ล้านบาท)

7.แจ็ค กรีลิช (แมนฯ ซิตี้) 300,000 ปอนด์ (ราว 13.2 ล้านบาท)

7.ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (แมนฯ ซิตี้) 300,000 ปอนด์ (ราว 13.2 ล้านบาท)

9.เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (เชลซี) 290,000 ปอนด์ (ราว 12.8 ล้านบาท)

9. ปอล ป็อกบา (แมนฯ ยูไนเต็ด) 290,000 ปอนด์ (ราว 12.8 ล้านบาท)

13
arip ตั้งเป้าปี 65 สร้างกำไรต่อเนื่อง ต่อยอด Virtual Event สู่ Metaverse ตอบโจทย์ภาคธุรกิจยุคดิจิทัล

arip หรือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ การจัดงานอีเว้นท์ และธุรกิจ Digital Platform & Service เผยผลดำเนินธุรกิจปี 64 เป็นไปตามเป้า แม้เผชิญอุปสรรคในการจัดงานอีเวนต์ พร้อมกางแผนธุรกิจปี 65 นำเทคโนโลยี AR VR และ Metaverse ต่อยอด Virtual & Hybrid Event เต็มสูบ สร้างรายได้กำไรต่อเนื่อง

นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "ผลการดำเนินงานในปี 64 เป็นไปตามเป้า แม้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ทำให้ไม่สามารถจัดงานแบบ On ground ได้เต็มที่ แต่บริษัทฯ สามารถปรับตัวตามแนวโน้มของเทคโนโลยีดิจิทัลด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อรองรับการจัดงานอีเวนต์ ทั้งแบบ Virtual และ Hybrid ผสานกับรูปแบบการนำเสนอและเนื้อหาคอนเทนต์ที่ตรงใจ จึงได้รับความไว้วางใจในการพัฒนาและดูแลงานต่างๆ อาทิ แพลตฟอร์มงานกาชาดออนไลน์ปี 63 และปี 64 ในรูปแบบ Virtual Event, แพลตฟอร์ม e-commerce ของงานออกร้านคณะภริยาทูตครั้งที่ 55 ที่พัฒนาให้กับสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, งาน Virtual Event ที่จัดให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), งาน Virtual Event พิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่น ของสำนักงานคปภ. เป็นต้น"

"ถึงแม้ว่า บริษัทฯ ไม่ได้จัดงาน Commart ในช่วงกลางปีที่ผ่านมาด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ค่อนข้างรุนแรง จึงได้ปรับเปลี่ยนไปจัดในรูปแบบออนไลน์ ที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ รวมถึงความสำเร็จจากการจัดงาน Commart ช่วงปลายปี ทำให้เจ้าของสินค้าและผู้จัดจำหน่ายทั้งรายเล็กและรายใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในการร่วมมือกับงาน Commart ในปี 65 อย่างต่อเนื่อง"

"ภาพรวมปี 64 บริษัทฯ ได้จัดงานรูปแบบออนไลน์ทั้งสิ้น 7 งาน สามารถดึงคนเข้าสู่อออนไลน์ได้มากกว่า 2 ล้านคน และยังมีอีเว้นท์ที่สามารถจัด On ground ภายใต้การจำกัดผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด 5 งาน ทำให้ปี 64 เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจ 3 กลุ่ม คือ ธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ 27% ธุรกิจการจัดงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า และกิจกรรมทางการตลาด 33% และธุรกิจ Digital Service & Platform 40%"

"ด้านแผนปี 65 บริษัทฯ ยังคงจัดงานกิจกรรมและอีเวนต์ที่จัดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน แต่เชื้อว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่าที่ผ่านมา ในส่วนของงาน Commart ปีนี้ยืนยันจัด 3 ครั้งเช่นเดิม รวมถึงการหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อต่อยอดงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ส่วนงานโครงการต่าง ๆ ส่วนหนึ่งจะเป็นงานที่ได้รับการดำเนินการต่อเนื่องจากปี 64 อาทิ งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 56 ที่จะจัดในเดือน มี.ค. นี้ งานกาชาดออนไลน์ปี 65 จัดในช่วงปลายปี เป็นต้น รวมถึงโอกาสจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ติดต่อเข้ามาให้บริษัทฯ จัดงานให้ทั้งในรูปแบบ Virtual และ Hybrid ทั้งนี้คาดว่ารายได้ปี 65 จะเติบโตขึ้นจากปี 64 จากปริมาณงานโครงการที่ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา มูลค่าประมาณ 40-50 ล้านบาท คิดเป็น 40% และงานที่บริษัทฯ จัดดำเนินการเองคิดเป็น 60% โดยมีเป้าหมายในการสร้างนวัตกรรมการจัดงานรูปแบบใหม่ ที่เน้นเนื้อหาที่สร้างสรรค์ โดยเน้นไปที่การจัดงานแบบ Virtual Event นำเทคโนโลยี AR VR และ Metaverse เข้ามาใช้อย่างชัดเจนมากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่า คาดว่าจะเห็นในช่วงปลายปีนี้"

ด้านภาพรวมของสถานการณ์ของงานอีเว้นท์ นายบุญเลิศ ให้ความเห็นว่า "ในปีนี้คาดว่าจะดีขึ้นกว่าปีก่อน การแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนแม้จะแพร่ระบาดเร็ว แต่อาการไม่รุนแรง ประกอบกับการได้รับวัคซีนกันอย่างทั่วถึง ผู้คนจึงไม่มีความกังวลมากนัก อย่างไรก็ตาม รูปแบบวิธีการจัดงานได้เปลี่ยนไปแล้ว งานออนไลน์สามารถเข้าถึงคนจากทุกหนทุกแห่ง มีระบบแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายที่สามารถซื้อจากที่ไหนก็ได้ แม้จะกลับมาจัดงานได้แบบปกติ แต่เชื่อว่าผู้จัดงานก็จะไม่ทิ้งกลุ่มคนที่อยู่บนออนไลน์ หรือคนที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ รูปแบบการจัดงานจึงถูกปรับเปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบHybrid แน่นอน ทำให้เป็นโอกาสดีสำหรับ arip ที่มีประสบการณ์และความพร้อมทั้งการจัดงาน แบบ On ground และ Online จึงเชื่อมั่นว่าบริษัทฯจะสามารถสร้างผลกำไรได้มากขึ้น และสามารถปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นได้"

14
GULF เข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน จ.เชียงใหม่ 9.5 MW คาดก่อสร้าง 3 ปี

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เปิดเผยว่า บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (Gulf Renewable Energy) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 100% ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นกับนักธุรกิจท้องถิ่น เพื่อเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 99.99% ของบริษัท ออล เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี จำกัด (ALL WTE) ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 99.99% ในบริษัท เชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี จำกัด (CM WTE) ซึ่งได้สิทธิจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.เชียงใหม่) ในการบริหารจัดการระบบจัดการขยะมูลฝอย

โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน CM WTE เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ตั้งอยู่ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งไม่ต่ำกว่า 9.5 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับปริมาณขยะไม่ต่ำกว่า 650 ตันต่อวันจาก อบจ.เชียงใหม่ โดยมีรายได้จาก 2 ส่วน คือรายได้จากบริการกำจัดขยะด้วยวิธีการคัดแยกและฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะ และรายได้จากการขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยโครงการมีแผนที่จะเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลังจากได้ลงนามซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ. โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปีในการก่อสร้าง

 

15


ฮาคาน ซูเคอร์ อดีตดาวเตะทีมชาติตุรกี ปลายทศวรรษที่ 90 และ 2000 ชะตาชีวิตพลิกหลังลุยเล่นการเมืองในตุรกี ก่อนถูกขับไล่ออกจากประเทศบ้านเกิด ก่อนตอนนี้ ผันตัวเองเป็นคนขับอูเบอร์ในสหรัฐฯ

    ฮาคาน ซูเคอร์ อดีตดาวเตะทีมชาติตุรกี และอดีตกองหน้าแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, อินเตอร์ มิลาน และ กาลาตาซาราย ชีวิตพลิกผันหลังอำลาวงการฟุต.ในปี 2008 ก่อนไปพัวพันการเมืองในประเทศ จนต้องหนีไปใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐ อเมริกา และกลายเป็นคนขับอูเบอร์ ในปัจจุบัน

    โดยในปี 2011 ซูเคอร์ ได้เป็นสมาชิกสมัชชาใหญ่แห่งชาติของตุรกี ก่อนจะลาออกในปี 2015 จากนั้นเขาหนีออกนอกประเทศไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 2017 และเปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับเดลีเมลว่า ตอนนี้เขาเป็นคนขับอูเบอร์

    “ผมไม่เหลืออะไรแล้ว เอร์โดกันทำทุกอย่าง สิทธิในเสรีภาพ เสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในการทำงาน" เขาอธิบายว่าประธานาธิบดี เอร์โดกัน ของตุรกี ขับไล่เขาออกนอกประเทศ พร้อมหมายจับเพื่อจับกุมตัวเขาในข้อหามีส่วนร่วมในการก่อรัฐประหาร 

    “ดูเหมือนไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่าบทบาทของผมในการรัฐประหารครั้งนั้นควรเป็นอย่างไร ผมไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ผมไม่ใช่คนทรยศหรือเป็นผู้ก่อการร้าย"

    “ผมอาจเป็นศัตรู [ของ] รัฐบาลนี้ แต่ไม่ใช่รัฐหรือประเทศตุรกี ผมรักประเทศของผม หลังจากแยกทางกับ เอร์โดกัน ผมเริ่มได้รับการคุกคาม ร้านค้าของภรรยาของผมถูกโจมตี ลูก ๆ ของผมถูกคุกคาม พ่อถูกจับเข้าคุกและทรัพย์สินทั้งหมดของผมถูกริบ"

    "ดังนั้นผมจึงย้ายไปที่สหรัฐ อเมริกา ตอนแรกเปิดร้านกาแฟในแคลิฟอร์เนีย แต่มีคนแปลก ๆ เข้ามา ทำให้ตอนนี้ผมมาขับอูเบอร์ และผมขายหนังสือ"

    สำหรับ ฮาคาน ซูเคอร์  ไม่ใช่นักฟุต.คนแรกที่มีข่าวกับ ประธานาธิบดี เอร์โดกัน ของตุรกี โดยก่อนหน้านี้ในปี 2018 ก็มีเรื่องวุ่นมาแล้ว จากกรณีที่เขาถ่ายภาพร่วมกับ เมซุต โอซิล และ อิลคาย กุนโดกัน ก่อนการเลือกตั้งในตุรกี

    จนเป็นเรื่องวุ่นวายตามมา จน โอซิล ถูกวิจารณ์อย่างหนักจนต้องประกาศอำลาทีมชาติเยอรมัน โดยให้เหตุผลว่ามีการ "เหยียดเชื้อชาติและไม่เคารพ" 

Pages: [1] 2 3 ... 44